กว่าจะหยิบฝันมาทำเป็นแปลง

แปลง "โคกอีเดน" ประสบปัญหาหลังขุดแล้ว เกิดปัญหาน้ำท่วม และน้ำขังตลอดหน้าฝน ระบายน้ำออกไม่ได้

ปัญหาน้ำท่วม และน้ำขังภายในแปลงตลอดฤดูกาลหน้าฝน เป็นปัญหากับพืชในแปลงมาก บางต้นยืนตายเพราะจมน้ำ พืชผักก็เสียหาย ทำให้เราจำเป็นต้องหาวิธีแก้ไข

1. แรงบันดาลใจที่อยากทำ

พื้นเพเดิม พ่อกับแม่เป็นคนปราจีนบุรี แต่เดินทางมาสร้างตัวที่กรุงเทพแต่ก็ไม่ได้ประสพผลสำเร็จที่ดินทำกิน ก็หายไป ทุกคนต่างดิ้นรนตามประสาคนเมือง เวลากลับไปบ้านนอก พ่อกับแม่ และพี่ๆ ก็ไปเยี่ยมบ้านน้า ให้หายคิดถึง

ดวงตาเล็กๆ ของเด็กที่ชื่อหนูแดง รับรู้ได้ แรงบันดาลใจนี้ ทำให้อยากมีบ้าน อยากมีที่ๆ หนึ่งที่ครอบครัวเราได้มาใช้เวลาร่วมกัน พอเราได้มารู้จักพระเจ้า ในพระคัมภีร์ไบเบิลได้พูดถึง ยุคสุดท้าย ที่จะมียุคกันดารอาหาร ข้าวยากหมากแพง ความรักจะเยือกเย็นลง จึงทำให้สะท้อนคิดว่า เราต้องหาแหล่งอาหารไว้สำหรับครอบครัว และที่ๆ เราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จึงเริ่มอธิษฐานขอพร อยากได้ที่ดินทำกิน จนมาได้ทุ่งนารกร้าง 8 ไร่ และขอพระเจ้าอวยพรให้มีสติปัญญาที่จะดูแลพื้นดินนี้ได้ จึงขวนขวายหาความรู้ผ่าน Social Media. เดินทางอบรม เรียนรู้ จาก ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง 5 วัน 4 คืน ชีวิตเปลี่ยน นับแต่วันนั้นมา ก็เลยตะลุยเรียน และลงมือทำควบคู่กันไปตลอด 1 ปี ครึ่ง

2. บททดสอบที่ต้องเจอระหว่างฝัน

เป็นคนเมือง ทำงาน ในกรุงเทพ ตลอด 48 ปี ไม่มีความรู้ด้านการเกษตร เลย รู้แต่เกษตรคนเมือง ปลูกที่กิน กินที่ปลูกรอบบ้าน และด้วยวัยที่น่าจะพักผ่อนได้แล้ว สบายแล้ว ไม่เคยยืนกลางแดด หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน แต่ต้องมาทำเกษตร ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นอีกคนหนึ่งเลยในร่างเดิม เรียกว่า เกษตรวัดใจ สู้กับ ความกลัว ยอมแลกกับการรักสวยรักงาม ความไม่เข้าใจของคนรอบข้าง ความไม่รู้ของตัวเอง

บางวันยืนอยู่กลางทุ่งนาบนโคกคนเดียว ต้องร้องเพลงฉันมาทำอะไรที่นี่ ทั้งเหนื่อย ทั้งน้ำตา บวกกับ การล้มลุกคลุกคลาน สู้กับปัญหาที่เข้ามา ไม่เว้นแต่ละวัน ยอมรับว่าท้อ ก็กลับรถกลับไปนอนที่บ้านกรุงเทพ เป็นวันๆ คิดทบทวน สุดท้ายก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ เวลาเหนื่อยมองฟ้า พระเจ้าช่วยลูกด้วย…
จนทำให้ ครอบครัว เริ่มมาสนับสนุน ชาวบ้าน ก็เปิดใจต้อนรับเรา มีพี่ๆ เครือข่ายกสิกรรม แวะเวียนมาให้กำลังใจตลอด ครูและรุ่นพี่ก็ส่งคอร์สอบรม มาเยอะมาก คือช่วยทุกด้าน บางปัญหา เจอหน้างานก็ไม่รู้จะแก้อย่างไรดี ก็เก็บไว้ก่อนทำวันนี้ให้ดีที่สุดพอ

3. กระบวนการค้นหาความรู้

สะสมความรู้ที่ได้มา จากคอร์สอบรม ที่อาจารย์พี่ และเพื่อนๆ เครือข่ายกสิกรรมทยอยส่งมาให้เรียนฟรี แบบต่อเนื่อง เราก็เอาหมด เพราะครูบอกว่าดี เราก็ว่าดี บางคอร์สอบรมก็จ่ายราคา ตามสมควร เรียนตั้งแต่ก้าวแรกทำไมมาทำเกษตร คือปรับกระบวนการคิด ก้าว สอง จะก้าวอย่างไร และ ก้าวสาม ก้าวอย่างไรให้ยั่งยืน และเทคนิคต่างๆ มากมาย

สรุป ลงมือทำคือคำตอบ เรียนมามาก ทฤษฎีอยู่ในห้อง พอมาทำจริง ปัญหาใหม่หน้างาน ด้วยความที่เราชอบเรียน และก็ลงมือทำไปด้วย ปัญหาความไม่รู้ระหว่างก็มาก จึงต้องการ ใครสักคนที่ รู้จริง มีเวลาให้คำแนะนำระหว่างทางได้ โดยสรุปได้เข้าพัฒนาแปลงตัวเองต่อเนื่อง ในช่วง กลางปีที่ 2

4. อะไรดลใจมาให้เจอกลุ่มฝันทำจริง

ด้วยความที่อยากมีใครสักคนที่รู้จริง มีเวลา ให้คำปรึกษาหน้างานได้ แบบเป็นขั้นเป็นตอน วันหนึ่งได้มาพบพี่กลุ่มฝัน ผ่านการทำงาน ออกบูธในวันคืนชีวิต ให้แผ่นดิน ปี 2023

ประทับใจคำว่า ฝันทำจริง และเที่ยวตามฝัน คือ ใช่เราเลย …จึงสนใจ ลองสอบถาม พระอาจารย์อาร์ต ถึงปัญหาน้ำท่วมแปลง พอมีแนวทาง คำแนะนำอย่างไรบ้าง พระอาจารย์แนะนำว่า ถ้าอยากรู้ปัญหาว่าทำไมถึงท่วม ให้มาเรียนออกแบบ

ด้วยความที่อยากรู้ปัญหา จึงตัดสินใจมาเริ่มต้นเรียนการออกแบบ อีกครั้ง เพื่อ ตอกย้ำ และจะได้ขอคำปรึกษาไปด้วย เพราะ เวลาเราลงมือทำแปลงจริงๆ จะพบปัญหาแน่ๆ ไม่ว่า จะเรื่องการ ขอเลขที่บ้าน การวาง ระบบน้ำ ไฟฟ้า หรือ โซล่าเซล และอีกหลายอย่าง ปัญหาขโมย จะมีวิธีจักการอย่างไร เป็นต้น

5. กลุ่มฝันฯ คืออะไรในความรู้สึก

ความประทับใจแรกคือ เงื่อนไขของผู้สมัคร ต้องผ่านการถือแรง กับพี่ในกลุ่มฝัน 2 ครั้ง ซึ่งทำให้เรารู้จักพี่ๆ ในวันถือแรงสัมผัส บรรยากาศ อบอุ่นเป็นกันเอง มีพระอาจารย์ และรุ่นพี่มาสอนวิธีการใช้อุปกรณ์เครื่องมือในแปลงที่เหมาะสมกับงาน และ ตอกย้ำอุดมการณ์ ความสุข บรรยาการเดิมๆ ก็เข้ามา รู้สึกชอบ พี่ๆ เป็นกันเอง และพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้เราถามตอบผ่านอุปสรรคปัญหาของแปลงได้ทันที มีหลายแปลงที่สำเร็จ พร้อมให้เราเข้าไปชม เพื่อการพัฒนาต่อยอดได้เลย และ การพัฒนาแปลง แบบเป็นขั้นเป็นตอน ผ่านการเรียนการสอน แบบลงพื้นที่จริงให้เราเห็นตัวอย่าง

พร้อมช่วยจัดการแปลง ทันที ซึ่งตอบโจทย์เราในเวลานั้นจริงๆ ปัญหาหลายๆ อย่างได้รับ คำตอบ มีพี่ มีเพื่อน มีพระอาจารย์ร่วม มองเข้ามาเยี่ยมแปลง มาช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้น รู้สึก อบอุ่น ประทับใจ และได้ความรู้เพิ่มเติม ต่อยอดอีกมาก จาก การสอน ที่ให้ รุ่นพี่ที่ทำแปลงแล้ว ก้าวมากก่อนเรา มานั่งบอกเล่า เป็นพี่เลี้ยงชวนคิด ชวนคุย ถามสอบ ได้ประเด็น รู้สึกสนุก และอบอุ่นมากค่ะ สรุป เมื่อเรามีฝัน และมีพี่ๆ ที่ทำฝันสำเร็จแล้วเป็นที่ปรึกษา ทำให้เรามีความหวัง และยังได้รับกำลังใจ จากพระอาจารย์ พี่ๆ เพื่อนๆ ค่อยสนับสนุน เชื่อว่าพลังเหล่านี้มีส่วนเสริมกำลังใจให้เราไปถึงฝันได้แน่นอนค่า

เป้าหมายการจัดการแปลง

ออกแบบแปลง

ออกแบบแปลงตามที่อยากใช้ชีวิต

โคกอีเดน ความสุขที่ลงตัว อยากมีพื้นที่ ที่เป็นบ้าน มีแหล่งอาหาร มีที่อยู่อาศัย ทั้งคน สัตว์ พืช อาศัยอยู่ร่วมกันแบบมีความสุข
พัฒนาแปลง

พัฒนาพื้นที่ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ

ความฝันเลยที่อยากเห็นสวนอีเดน ในยุคนี้ คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง คน สัตว์ พืชใช้ชีวิตพึ่งพาอาศัยกัน แบบไม่เบียดเบียนกัน มีระบบนิเวศน์ที่ลงตัว ปล่อยให้ทุกสิ่งเติบโตขึ้นอย่าง เป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีการจัดการแบบเกษตรปราณีต สวยงาม ปลอดภัย สำหรับคนที่อยู่อาศัยและผู้มาเยือน มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันแบบผาสุก
ใช้ชีวิต

ใช้ชีวิตตามที่ได้ออกแบบ

จะมีความผาสุกใดเทียบเท่ากับ การทำให้ฝันของคนที่เรารักเป็นจริง พื้นที่ ที่ได้ออกแบบนี้ เป็นความสุขที่ลงตัว แม้เราจากไป เราก็ล่วงหลับในความผาสุก เพราะเราได้ทำ ได้คืนชีวิตให้แผ่นดินหัวใจเราเอง ครอบครัว คนที่เรารัก สะท้อนลงแผ่นดินไทย เป็นโมเดลที่คนรอบข้างสามารถมาศึกษาเรียนรู้ได้ ก่อนที่จะเข้า ในยุคกันดารอาหาร เพื่อให้ทุกคนมีกิน มีอยู่ มีใช้ และมีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุก ร่มเย็น

ติดต่อเรา